วิจัยพบสมุนไพรไทยไปโลด
มีการพบผลการวิจัยสมุนไพรน่าสนใจมากมายจากการนำเสนอผลงานวิจัยสมุนไพร ในการประชุมเสนอผลงานวิชาการด้านการแพทย์ไทย วันแรกนักวิจัยไทยมีผลงานหนุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยหลายตัว เช่น |
 |
1. พบลูกใต้ใบ สมุนไพรที่คนไทยใช้รักษาโรคตับ, แก้ไข้ เมื่อทดลองในสัตว์ทดลองพบ นอกจากจะไม่มีพิษแล้ว ยังป้องกันความเป็นพิษต่อตับของพาราเซตตามอลในสัตว์ทดลองอีกด้วย ผลการวิจัยนี้จะช่วยในการดำเนินการวิจัยในคนต่อไป อย่างไรก็ตามมีผู้นำเอาลูกใต้ใบมาใช้อยู่แล้ว สรรพคุณโบราณ คือ ใช้แก้ดีซ่าน การทดลองครั้งนี้เป็นการทดลองซ้ำและยืนยันว่า "ลูกใต้ใบสามารถป้องกันการเกิดภาวะตับอักเสบ จากการกินยาแก้ปวดที่มีพิษต่อตับได้ในสัตว์ทดลอง" ส่วนการนำมาอ้างอิงในคนจะทดลองอีกต่อไป |
 |
2. พบขี้เหล็ก ผักพื้นบ้านไทยคลายเครียดได้ พบสารสำคัญ ชื่อ "บาราคอล" พบผลการวิจัยในสัตว์ทดลองว่า สามารถทำให้หลั่งสารสำคัญ ชื่อ "5-HT" เป็นสารที่ปกติคนที่มีความเครียดจะมีสารนี้ออกมาน้อย คนไหนกินแกงขี้เหล็กประจำหลับสบายถ่ายสะดวก ปัจจุบันมีการใช้ขี้เหล็กมาทำเป็นยานอนหลับกันมาก
ข้อควรระวัง: การนำขี้เหล็กมาใส่แคปซูลโดยตรง ไม่เหมือนที่คนโบราณ คือ ต้มกิน อาจมีผลต่อตับได้ ควรกินแบบอาหารและไม่ควรกินทุกวัน ซึ่งผลการวิจัยนี้ จะมีประโยชน์ในการทำยาอย่างปลอดภัยต่อไป สำหรับคนทั่วไปควรกินขี้เหล็กแบบอาหาร และควรต้มกินตามแบบดั้งเดิมเป็นบางครั้ง ไม่ควรกินติดต่อยาวนาน |
 |
3. วิจัยพบสมุนไพรเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเพียบ เป็นที่ยอมรับว่าการมีสารอนุมูลอิสระในร่างกายมากเกินความจำเป็น เช่น ผู้ที่ชอบกินของปิ้ง, ย่าง, เผา, ผักผลไม้ที่มีสารปนเปื้อน สารพิษ ยาฆ่าแมลง ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งเกิดอนุมูลอิสระขึ้นมากและการที่เราไม่ยอมกินอาหารประเภทผักผลไม้ จะทำให้ร่างกายมิได้กำจัดสารอนุมูลอิสระดังกล่าว คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผศ.ดร.ไมตรี สุทธจิตต์ ได้นำเอาสมุนไพรไทย ทดสอบความมีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่น สีเสียด, ใบช้าพลู, กานพลู, ชาแห้ง, เปลือกต้นสะเดา, ใบชาสด (เชียงใหม่), ชาจีน, หม่อน, เมล็ดมะขาม, สมอพิเภก, โกฏพุงปลา เป็นต้น เป็นการสร้างความมั่นใจว่า สมุนไพรไทยที่คนไทยนำมาใช้นั้น มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอยู่มากทีเดียว คนไทยควรกินผักผลไม้มากๆ เพื่อให้ร่างกายมีสารต้านอนุมูลอิสระทุกวัน |
 |
4. พบโลดทะนงแดง ต้านพิษงูเห่าได้ โลดทะนงเป็นสมุนไพรที่มีคำลำลือเกี่ยวกับการต้านพิษต่างๆ มากมาย แต่ยังขาดข้อมูลยืนยันทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการนำมาใช้กับพิษงูนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ผลการวิจัยนี้เป็นการยืนยันว่า "อาจจะเป็นจริง" เพราะในสัตว์ทดลองพบว่า ยืดอายุการตายของหนูที่โดนพิษงูเห่าได้ แต่มิได้หมายความว่าหนูรอดตาย อย่างไรก็ตามงานวิจัยชิ้นนี้ยืนยันว่าสมุนไพรไทยมีฤทธิ์ตามที่กล่าวถึง
ปัญหา คือ จะนำมาใช้อย่างไร การนำมาใช้ต้านพิษในคนไข้คงเสี่ยงเกินไป หากใช้แบบผสมผสานโดยยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาโดยใช้เซรุ่ม และอาจมีสมุนไพรร่วม เพื่อลดปริมาณการใช้เซรุ่มลงก็อาจจะเป็นได้ ซึ่งงานวิจัยนี้จะต้องทำการศึกษาต่อไปในการใช้ในคนต่อไป
|
 |
5. สมุนไพรก้าวไปไกลข้ามไปงานปศุสัตว์เสียแล้ว ผลงานวิจัยที่ฮือฮาและเป็นข่าวดีสำหรับ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จากงานวิจัยของ คุณวิศิษย์ เกตุปัญญาพงศ์ เจ้าหน้าที่ของสถาบันการแพทย์แผนไทย ปฏิบัติราชการที่ศูนย์วัตถุดิบภาคใต้ โดยมีที่ปรึกษาคือ ดร.ยุทธนา ศิริวัฒนานุกูล และรศ.อรุณพร อิฐรัตน์
ได้มีการทดลองนำเอาฟ้าทะลายโจร และใบฝรั่ง ผสมอาหารให้สุกรกินแล้วศึกษาผลในลูกสุกรท้องร่วง ผลการวิจัยพบว่า การให้ใบฟ้าทะลายโจรและใบฝรั่งผสมอาหารให้ลูกสุกรกินแก้โรคท้องร่วงได้ และยังได้ผลพลอยได้จากงานวิจัยนี้ หากใช้ใบฟ้าทะลายโจร และใบฝรั่งในปริมาณต่ำลงครึ่งหนึ่งจากที่ใช้ในการรักษาท้องร่วง จะทำให้ลูกสุกรโตเร็วและแข็งแรง |
ผู้วิจัยได้ให้คำแนะนำเกษตรกรว่า ถ้าเกิดโรคท้องร่วงในสุกร ให้ใช้ฟ้าทะลายโจร 500 mg , ใบฝรั่ง 1 g , ORS 500 mg ให้สุกรกิน เช้า-เย็น 1-2 วัน อาการท้องร่วงจะหายไป หรือ ถ้าต้องการเพิ่มความต้านทานในสุกร คือ กินอาหารเก่ง โตเร็ว แข็งแรงให้ใช้ขนาดลดลงครึ่งหนึ่ง คือ ฟ้าทะลายโจร 250 g, ใบฝรั่ง 0.5 g จะทำให้สุกรที่กินอาหารผสมฟ้าทะลายโจรและใบฝรั่ง โตเร็ว แข็งแรง เป็นการประหยัดการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งจะทำให้สะสมซึ่งไม่เป็นผลดีต่อผู้บริโภคเนื้อสุกร นับเป็นผลงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง
จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญาของไทยในการเลี้ยงสัตว์ก็มีการใช้สมุนไพร สูตรยาโบราณที่ใช้กับสัตว์ก็มีมากมาย ที่ขาดความสนใจในอดีต ซึ่งต่อไปนี้ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ได้มีการคุ้มครองรวมถึงสูตรยาที่ใช้กับสัตว์อีกด้วย |
| ที่มา : สถาบันการแพทย์แผนไทย |